← กลับหน้าแรก · บทความทั้งหมด

งานด้านความยั่งยืนในภาคท่องเที่ยวและโรงแรมไทย: สายงานและเส้นทางอาชีพ

อัปเดตตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที

ในบทความนี้

ทำไมงานสายนี้ถึงโตในปี 2569

ภาคท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย และกำลังเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องตัวเองจาก "จำนวนนักท่องเที่ยว" มาเป็น "คุณภาพและความยั่งยืน" จุดเปลี่ยนสำคัญคือทิศทางของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ประกาศเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 36.7 ล้านคน และรายได้ราว 2.78 ล้านล้านบาท (มกราคม 2569) แล้วปรับกรอบใหม่ในเดือนเมษายน 2569 ด้วยแนวคิด "Value over Volume" ซึ่ง ททท. ระบุในงาน Thailand Tourism Update กลางปี 2569 ว่ารายได้ทั้งในและต่างประเทศจะอยู่ที่ราว 2.65 ล้านล้านบาท โดยคาดนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 33 ล้านคน

แรงกดดันจากฝั่งลูกค้า: Booking.com 2025 Sustainable Travel Report ระบุว่านักเดินทางทั่วโลกมากกว่า 48% ตั้งใจจะท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมากขึ้น — โรงแรมจึงต้องมีข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่อธิบายได้ ไม่ใช่แค่ป้ายรณรงค์ในล็อบบี้
แรงกดดันจากฝั่งเงินทุน: ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการ "Green Solutions for Hotels" เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 โดยร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ททท. ธนาคารพาณิชย์ สมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (Thai ESCO) และ International Finance Corporation (IFC) เพื่อให้โรงแรมเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวและการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน
แรงกดดันจากฝั่งคู่ค้ายุโรป: โรงแรมที่เชื่อมกับซัพพลายเชนหรือแพลตฟอร์มการตลาดของยุโรปมีแนวโน้มต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่เข้มขึ้น เช่น GSTC และ Green Hotel Plus และอาจเจอข้อผูกพันการรายงานที่เข้มกว่านี้ในอีกไม่กี่ปี
ความเสี่ยงภูมิอากาศที่จับต้องได้: เหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 1.57 หมื่นล้านบาท (รายงานโดย Bangkok Post, 2569) — ความเสี่ยงแบบนี้ทำให้โรงแรมเริ่มมองการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องการเงิน ไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว

ผลลัพธ์ทางตลาดแรงงานคือ ทุกฝ่ายในห่วงโซ่ท่องเที่ยว — โรงแรม รีสอร์ต ตัวแทนท่องเที่ยว เรือสำราญและไดฟ์ช็อป ไปจนถึงหน่วยงานรัฐและที่ปรึกษา — ต้องมีคนที่เก็บข้อมูลพลังงาน น้ำ ขยะ และก๊าซเรือนกระจกได้จริง และแปลงข้อมูลนั้นเป็นใบรับรอง ต้นทุนที่ลดลง และความสามารถในการขอสินเชื่อสีเขียว

เครื่องมือและกติกาที่ต้องรู้: CF-Hotels, STAR, GSTC

CF-Hotels: แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ ททท. พัฒนาร่วมกับหน่วยวิจัยด้านพลังงาน เศรษฐศาสตร์ และนิเวศวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ผู้ประกอบการที่พักจัดทำฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อม (พลังงาน น้ำ ของเสีย และก๊าซเรือนกระจก) และคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกิจการได้เอง — ในเดือนกรกฎาคม 2569 แพลตฟอร์มนี้ได้รับรางวัล Green Leadership ในเวที Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) และถูกออกแบบให้เชื่อมผลการดำเนินงานคาร์บอนเข้ากับโอกาสทางการตลาดและการเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว
STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating): ระบบประเมินระดับความยั่งยืนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวของ ททท. เป็นเครื่องมือที่ทำให้ "ความยั่งยืน" มีระดับที่ตรวจสอบได้ และเป็นสัญญาณให้นักท่องเที่ยวและพันธมิตรธุรกิจเลือกได้
GSTC: Global Sustainable Tourism Council มีทั้ง GSTC Hotel Standard และ GSTC Destination Standard ใช้เป็นกรอบอ้างอิงสากลสำหรับที่พักและจุดหมายปลายทาง การรับรองต้องผ่านหน่วยงานที่ได้ GSTC-Accredited (ตัวอย่างเช่น Bureau Veritas Certification ที่ได้รับสถานะนี้สำหรับการรับรองโรงแรมและผู้ประกอบการทัวร์) และมีหลักสูตรอบรมวิชาชีพ รวมถึงการอบรมผู้ตรวจประเมิน
มาตรฐานอื่นที่เจอบ่อยในประกาศงาน: ISO 14001 (ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม) และ ISO 14064 (การคำนวณ/ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก) ใช้คู่กับ GHG Protocol ในงานคำนวณคาร์บอนของโรงแรม และ Green Fins สำหรับธุรกิจดำน้ำที่ต้องดูแลแนวปะการัง

จุดสำคัญเชิงอาชีพคือมาตรฐานเหล่านี้ ต้องมีคนอ่านเป็นและทำเป็น ตั้งแต่การแยกขอบเขตการปล่อย (Scope 1–3) ของโรงแรม การตั้งสมมติฐานการคำนวณอาหารและของเสีย ไปจนถึงการเตรียมเอกสารให้ผู้ตรวจประเมินภายนอก ความรู้เหล่านี้เป็นทักษะที่พิมพ์ไว้ในประกาศงานตรง ๆ

9 สายงานที่ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมกำลังหาคน

ทักษะและใบรับรองที่ทำให้ได้งาน

ช่วงค่าตอบแทนที่พบในตลาด

ช่วงอ้างอิงรวมในตลาดไทย (ใช้เทียบกับสาย ESG ทั่วไป ไม่ใช่ค่าจ้างจากแหล่งเดียว):

ในธุรกิจที่พัก ตัวแปรที่มีผลกับค่าตอบแทนชัดเจนคือ ขนาดเชน (โรงแรมในเครือต่างชาติมักมีเส้นทางรายงานและโครงสร้าง ESG ชัดกว่า) และ ความสามารถด้านข้อมูล คนที่ทำได้ทั้งเก็บข้อมูลเองและวิเคราะห์ต่อจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าในระดับเดียวกัน

เริ่มจากศูนย์: 3 ขั้นที่ทำได้ใน 6 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมาจากโรงแรมมาก่อนหรือไม่

ไม่จำเป็น ทีมความยั่งยืนของโรงแรมรับคนจากสายวิศวกรรม (พลังงาน อาคาร) สายบัญชี-การเงิน (รายงานและสินเชื่อ) สายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสายการตลาด-สื่อสารอยู่แล้ว เพราะงานนี้ต้องคุยกับหลายฝ่ายในเชิงตัวเลข

CF-Hotels กับ GSTC ต่างกันอย่างไร

CF-Hotels เป็นเครื่องมือช่วยวัดและจัดการข้อมูลสิ่งแวดล้อมของกิจการ (ทำเองได้ เข้าถึงฟรี) ส่วน GSTC เป็นมาตรฐานสากลที่ต้องมีหน่วยงานภายนอกมาตรวจรับรอง ลำดับที่ทำได้จริงคือเริ่มวัดด้วยเครื่องมือก่อน แล้วเก็บหลักฐานไว้ใช้เมื่อจะขอรับรองในภายหลัง

ใบรับรองช่วยให้ได้งานจริงหรือ

ช่วยในฐานะหลักฐานว่าคุณเข้าใจเกณฑ์ แต่คำถามในห้องสัมภาษณ์มักเป็น "คุณเคยเก็บข้อมูลจริงอย่างไร และจัดการข้อมูลที่ไม่ครบได้อย่างไร" — ประสบการณ์ที่อธิบายได้จึงมีน้ำหนักมากกว่าเสมอ ใบรับรองช่วยปิดช่องว่างเมื่อไม่มีประสบการณ์ตรงในภาคท่องเที่ยว

งานด้านนี้ต้องลงพื้นที่บ่อยไหม

มากกว่าสาย ESG ที่นั่งโต๊ะ เพราะต้องไปดูห้องพัก ครัว ห้องเครื่อง และพื้นที่ชายฝั่งหรือชุมชน การยอมลงพื้นที่จริงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของผู้สมัคร

มุมมองข้างหน้า

สิ่งที่ทำให้งานสายนี้โตต่อไม่ใช่กระแสอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความยั่งยืนในภาคท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นเงื่อนไขการเข้าถึงตลาดและเงินทุน โรงแรมที่พิสูจน์ตัวเลขได้จะได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่าย ได้เปรียบในการขอสินเชื่อ และตอบคำถามคู่ค้าต่างประเทศได้ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่มีข้อมูลจะเริ่มเสียเปรียบ

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม ทักษะที่ตลาดต้องการมากที่สุดไม่ใช่การจำชื่อมาตรฐานให้ครบ แต่คือ ความสามารถเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมของกิจการจริงให้ตรวจสอบได้ และ อธิบายข้อจำกัดของข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา สองอย่างนี้เป็นสะพานจากงานที่คุณทำอยู่เข้าสู่สายงานความยั่งยืนได้ตรงที่สุด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ESG Reporting ในไทย และ CSRD กับซัพพลายเออร์ไทย หรือดูตำแหน่งงานความยั่งยืนที่เปิดรับได้ที่ หน้าแรกของเว็บไซต์

English summary: Thailand's hospitality sector is moving from volume to value: TAT set a 2026 target of about 36.7 million foreign visitors and 2.78 trillion baht in tourism revenue (January 2026), then recalibrated in April 2026 around a "Value over Volume" strategy, with roughly 2.65 trillion baht in projected revenue and 33 million international arrivals (TAT, mid-2026 update). Three forces are creating sustainability jobs: guest demand (Booking.com's 2025 Sustainable Travel Report finds more than 48% of global travellers intend to travel more sustainably), green finance (the Bank of Thailand's "Green Solutions for Hotels" programme launched in May 2026 with the Department of Climate Change and Environment, TAT, commercial banks, Thai ESCO and the IFC), and trade requirements (hotels linked to European supply chains or marketing platforms are increasingly expected to meet standards such as GSTC and Green Hotel Plus). The key Thai tool is CF-Hotels — an online platform developed by TAT with Chiang Mai University for hotels to inventory energy, water, waste and greenhouse gases and calculate their carbon footprint; it won a Green Leadership award at the Asia Responsible Enterprise Awards in July 2026 and links carbon performance to green finance. Global standards matter too: GSTC's Hotel and Destination Standards, GSTC-accredited certification bodies such as Bureau Veritas, and Thailand's own STAR rating. Roles in demand include sustainability/ESG managers, energy and environment managers, carbon data officers, green finance analysts, sustainable procurement officers, GSTC auditors and trainers, sustainable tourism consultants, community/marine conservation officers and guest-experience communication specialists. Skills: GHG Protocol Scope 1–3, TGO CFO/CFP, ISO 14001 and ISO 14064, GSTC criteria, green-lending frameworks, and Excel/Power BI/Python. Typical posted salary bands in Thailand: 25,000–60,000 THB (officer/analyst), 50,000–90,000 (specialist/senior), 80,000–130,000 (manager), 120,000+ for heads of sustainability.

แหล่งอ้างอิง