งาน Net Zero และสายบัญชีคาร์บอนในไทย: เส้นทางอาชีพปี 2569
อัปเดตกันยายน 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที
ทำไมงานสายนี้ถึงโตในปี 2569
งานด้าน net zero และบัญชีคาร์บอนในไทยไม่ใช่กระแส CSR อีกต่อไป แต่มาจากเป้าหมายประเทศและเครื่องมือทางกฎหมายที่เริ่มมีผลจริง ไทยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ในปี 2065 พร้อมเป้าหมาย NDC ลดการปล่อย 30–40% ภายในปี 2030 เทียบกรณีปกติ (อ้างอิงเอกสาร LT-LEDS ฉบับปรับปรุงที่ยื่นต่อ UNFCCC)
ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: ผ่านความเห็นชอบในหลักการเมื่อปลายปี 2568 และอยู่ระหว่างกระบวนการออกเป็นกฎหมาย โดยวางกรอบคณะกรรมการระดับชาติ แผนปฏิบัติการที่หน่วยงานต้องทำตาม กองทุนภูมิอากาศ และเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (รายงานข่าวปี 2569)
ภาษีคาร์บอน 200 บาทต่อตัน CO2e: ได้รับอนุมัติในปี 2569 และจะผูกเข้ากับภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (รายงาน Bangkok Post) ขณะที่กรมสรรพสามิตเคยให้ตัวเลขว่าคิดเป็นประมาณ 0.55 บาทต่อดีเซล 1 ลิตร (Nation Thailand)
แผนระบบซื้อขายสิทธิการปล่อย (ETS): อยู่ในแผนสำหรับผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ ควบคู่กับการรายงานก๊าซเรือนกระจกที่เข้มขึ้น — ฝั่งบริษัทจดทะเบียนก็ทยอยเข้าสู่การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS S1/S2 ของ ก.ล.ต. (climate-first เริ่มจาก SET50 ในปี 2026)
ผลลัพธ์ทางตลาดแรงงานคือ บริษัทต้องมีคนที่ "วัดได้ อธิบายได้ และตรวจสอบได้" เพราะตัวเลขคาร์บอนกำลังกลายเป็นต้นทุนจริง (ภาษี) และข้อมูลที่ต้องเปิดเผยจริง (รายงาน) ไม่ใช่ตัวเลขในสไลด์สื่อสารองค์กร
8 ตำแหน่งที่บริษัทไทยกำลังหาคน
- Carbon Accountant / GHG Officer — จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร แยก Scope 1–3 ตาม GHG Protocol และเทียบกับแบบรายงานของ อบก. (CFO/CFP) เป็นประตูทางเข้าที่เปิดกว้างที่สุดสำหรับคนจบใหม่
- Energy Manager (ISO 50001) — จัดการพลังงานโรงงาน หาโครงการลดการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง พร้อมจัดทำรายงานตามข้อกำหนดกฎหมายพลังงาน
- Climate Risk / Scenario Analyst — ประเมินความเสี่ยงสภาพอากาศต่อธุรกิจ ทั้ง physical risk และ transition risk ด้วยการวิเคราะห์สถานการณ์ (เช่น 1.5°C / 2°C) ตามแนวทาง IFRS S2
- Decarbonization / Net Zero Officer — วางแผนเส้นทางลดคาร์บอน ตั้งเป้าหมาย (เช่น SBTi) และประสานงานหน่วยงานภายในเพื่อให้ทำได้จริง
- ESG Data Analyst — สร้างระบบเก็บข้อมูลและแดชบอร์ดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ทำงานคู่กับทีมบัญชีและทีมผลิต
- Verifier / Assurance Officer — ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลคาร์บอนและรายงานความยั่งยืนตาม ISO 14064-3 หรืองานตรวจยืนยัน (assurance) ในฝั่งที่ปรึกษาและหน่วยตรวจรับรอง
- Carbon Project Developer — พัฒนาโครงการลดการปล่อยเพื่อขอเครดิต T-VER/Premium T-VER กับ อบก. หรือมาตรฐานสากล
- Renewable Energy / Energy Efficiency Engineer — งานติดตั้งโซลาร์ ระบบความร้อน และการปรับกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งเป็นงานที่เป้าหมายประเทศต้องพึ่งพาโดยตรง
ทักษะและใบรับรองที่ทำให้ได้งาน
- มาตรฐานการวัดคาร์บอน: GHG Protocol (แยก Scope 1, 2, 3 ให้ชัด), ISO 14064-1 (ระดับองค์กร) และ ISO 14064-2/-3 (โครงการและการทวนสอบ)
- เกณฑ์ในประเทศ: ระเบียบ T-VER / Premium T-VER และแนวทางคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ อบก. ทั้งระดับองค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP)
- การรายงาน: GRI, IFRS S1/S2, และกรอบที่ใช้กับห่วงโซ่คุณค่าในประเทศที่ลูกค้ายุโรปถาม (เช่น มาตรฐาน VSME สำหรับซัพพลายเออร์รายเล็ก)
- การเงินและความเสี่ยง: พื้นฐานการเงินโครงการ (project finance), ต้นทุนคาร์บอน และThailand Taxonomy ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและ ก.ล.ต. ร่วมจัดทำ เพื่อใช้คัดแยกกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ระยะที่ 1 ครอบคลุมพลังงานและขนส่ง)
- ข้อมูล: Excel ขั้นสูง, SQL/Power BI และประสบการณ์จัดระเบียบข้อมูลจากหลายหน่วยงาน
ที่น่าสนใจคือทักษะด้านนี้กำลังถูกจับตาในเวทีโลกด้วย รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า "environmental stewardship" ติดรายชื่อ 10 ทักษะที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นครั้งแรก และการปรับตัว/ลดผลกระทบจากสภาพอากาศเป็นหนึ่งในแรงขับหลักที่ทำให้ตำแหน่งงานอย่างวิศวกรพลังงานทดแทนและวิศวกรสิ่งแวดล้อมเติบโต
ช่วงค่าตอบแทนที่พบในประกาศงานจริง
ตัวเลขต่อไปนี้รวบรวมจากช่วงค่าตอบแทนที่ประกาศในตำแหน่งงาน ESG/ความยั่งยืนบนหน้าเว็บไซต์ของเรา ไม่ใช่ค่ามาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม แต่ใช้เทียบระดับงานได้
- ระดับเริ่มต้น (Officer/Analyst, 0–3 ปี): ประมาณ 25,000 – 60,000 บาทต่อเดือน
- ระดับ Specialist / Senior: ประมาณ 50,000 – 90,000 บาทต่อเดือน
- ระดับ Manager: ประมาณ 80,000 – 130,000 บาทต่อเดือน
- งานที่ต้องมีใบรับรองผู้ตรวจประเมินหรือทักษะทวนสอบ: มักได้ค่าตอบแทนสูงกว่าในระดับเดียวกัน
เริ่มจากศูนย์: 3 ขั้นที่ทำได้ใน 6 เดือน
- เดือนที่ 1–2: เรียนและทำแบบฝึกหัด GHG Protocol ให้จบ Scope 1–2 ก่อน แล้วลองทำบัญชีคาร์บอนของบ้านหรือที่ทำงานด้วยข้อมูลค่าไฟและน้ำมันจริง เก็บที่มาของทุกค่าไว้ในไฟล์เดียว
- เดือนที่ 3–4: เพิ่ม Scope 3 และอ่านเกณฑ์ของ อบก. หรือ ISO 14064 หนึ่งฉบับให้เข้าใจจริง พร้อมสมัครคอร์สที่ออกใบรับรอง (เช่น หลักสูตรด้านคาร์บอนของหน่วยงานในประเทศ หรือ GARP SCR สำหรับสายการเงิน)
- เดือนที่ 5–6: สร้างผลงานที่อธิบายได้ — บัญชีคาร์บอนหนึ่งชุดพร้อมสมมติฐาน การวิเคราะห์พลังงานหนึ่งชิ้น และแผนลดคาร์บอน 12 เดือน แล้วสมัครทั้งฝั่งองค์กร (โรงงาน บริษัทจดทะเบียน) ฝั่งที่ปรึกษา และฝั่งตรวจรับรอง
สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้ว จุดเปลี่ยนง่ายที่สุดคือการย้ายงานภายใน: ขอรับผิดชอบข้อมูลไฟฟ้า/เชื้อเพลิงของหน่วยงานตัวเอง แล้วขยายไปเป็นผู้จัดทำข้อมูลคาร์บอนขององค์กร เพราะทักษะนี้เป็นสะพานจากฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายผลิต และฝ่ายบัญชี เข้าสู่สายงานความยั่งยืนได้ตรงที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ไม่จบวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทำงานสายนี้ได้ไหม
ได้ งานบัญชีคาร์บอนและงานข้อมูลรับคนจากสายบัญชี เศรษฐศาสตร์ สถิติ และวิทยาศาสตร์ข้อมูลอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเพิ่มคือความเข้าใจมาตรฐานการวัดและความละเอียดเรื่องเอกสาร
ภาษีคาร์บอนทำให้งานเพิ่มขึ้นจริงหรือ
เมื่อต้นทุนการปล่อยกลายเป็นตัวเลขที่ต้องจ่าย บริษัทต้องมีคนคำนวณและวางแผนลดจริง งานที่โตก่อนคือสายวัดข้อมูลและสายพลังงานในโรงงาน ตามด้วยสายวางแผนลดคาร์บอนและสายรายงาน
ควรเริ่มจากใบรับรองหรือประสบการณ์ก่อน
เริ่มจากประสบการณ์ที่อธิบายได้ก่อน แล้วใช้ใบรับรองเสริมความน่าเชื่อถือ เพราะผู้สัมภาษณ์มักถามว่าคุณเคยจัดเก็บข้อมูลจริงอย่างไรและจัดการข้อมูลที่ไม่ครบได้อย่างไร
English summary: Net-zero and carbon-accounting jobs in Thailand are being driven by national targets and real regulation rather than CSR fashion: Thailand targets carbon neutrality by 2050 and net-zero GHG emissions by 2065, with a 30–40% NDC reduction target by 2030 (LT-LEDS submitted to the UNFCCC). A draft Climate Change Act moved forward at the end of 2025 — covering national planning, a climate fund and carbon-pricing tools — while a carbon tax of 200 baht per tonne CO2e was approved in 2026 for integration into oil excise duties (roughly 0.55 baht per litre of diesel, per the Excise Department), alongside a planned emissions trading system for large emitters and the SEC's climate-first IFRS S1/S2 roadmap for listed companies. The roles in demand are carbon accountants/GHG officers, ISO 50001 energy managers, climate risk and scenario analysts, decarbonisation officers, ESG data analysts, ISO 14064 verifiers, T-VER project developers and renewable-energy/efficiency engineers. Skills: GHG Protocol, ISO 14064-1/-2/-3, TGO CFO/CFP, GRI and IFRS S1/S2, the Thailand Taxonomy (BOT and SEC, phase 1 covering energy and transport) and data tooling. The WEF Future of Jobs Report 2025 lists environmental stewardship among the ten fastest-growing skills for the first time. Typical posted salary bands on our board: 25,000–60,000 THB (officer/analyst), 50,000–90,000 (specialist/senior), 80,000–130,000 (manager).
แหล่งอ้างอิง
- UNFCCC — Thailand's Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy (LT-LEDS, revised) : เป้าหมาย NDC ลด 30–40% ในปี 2030, carbon neutrality 2050 และ net zero 2065
- Chiang Rai Times (มีนาคม 2569) — สรุปกรอบ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาษีคาร์บอน แผน ETS และกองทุนภูมิอากาศ
- Bangkok Post — ภาษีคาร์บอน 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จะผูกกับภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
- Nation Thailand — ตัวเลขประมาณการภาษีคาร์บอนจากกรมสรรพสามิต (ประมาณ 0.55 บาทต่อดีเซล 1 ลิตร ที่อัตรา 200 บาทต่อตัน)
- World Economic Forum — Future of Jobs Report 2025 (environmental stewardship อยู่ใน 10 ทักษะที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นครั้งแรก)
- ธนาคารแห่งประเทศไทยและ ก.ล.ต. — Thailand Taxonomy ระยะที่ 1 (พลังงานและขนส่ง) ระบบคัดแยกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- EFRAG — VSME (มาตรฐานรายงานความยั่งยืนแบบสมัครใจสำหรับ SME ที่ไม่จดทะเบียน) ซึ่งเป็นเพดานข้อมูลที่ลูกค้ายุโรปขอจากซัพพลายเออร์รายเล็กได้
อ่านต่อได้ที่ CSRD กับซัพพลายเออร์ไทย และ คาร์บอนเครดิตในไทย หรือดูตำแหน่งงานสาย net zero และ ESG ที่เปิดรับอยู่ที่ thaiesgjob.com